นี่หรือที่ว่ารักพ่อ?

posted on 21 May 2010 13:32 by pardai
อ่านก่อน ค่อยพูดนะคะ
ดูก็รู้ คำพูดอ่ะพูดเหมือนด่าเเดง ชัด ๆ เก่งจิงด่าตรงๆ เลย ซิ

คุนนี่ เปนดาราที่ชั้ยม่ะดั๊ย เลย สร้างความเเตกเเยกมาก เเบ่งชนชั้น 

ถามหน่อย คนเกิดมาคนไหนม่ะรักพ่อบ้าง เค้ารักทุกคนเเหละ

ออฟ คุนอย่ามาปันยาอ่อน ทำเปน เอาน่าเลย รู้ๆ กัลอยู่สันดารยู อ่ะ

ภาษาอะไรของคุณว่ะปัญญาอ่อน อะไรของคุณเนี้ย



พวกคุณขอร้องเถอะค่ะ หนูเองก็เป็นแค่เด็ก จะหาว่าสอนผู้ใหญ่มันก็ยังไงอยู่ แต่ขอเป็นตัวแทนเด็กทุกคน เด็กทุกคนที่รักพ่อหลวง ทุกคืนก่อนนอนจะไหว้พระแล้วของให้พ่อหลวงของลูกมีความสุข สุขภาพแข็งแรง แล้วพวกคุณล่ะคะคุณผู้ใหญ่ทั้งหลาย ปากคุณบอกว่ารักพ่อ แต่การกระทำนั้น เรียกว่ารักแล้วหรือ?
 

ดูหน้าตาผู้หญิงคนนี้ให้ดีนะคะ เค้าว่าพ่อของเรา แล้วช่วยกันประจานหน่อย คนแบบนี้ไม่ควรมีที่ซุกหัวด้วยซ้ำ พ่อทำเพื่อคุณมากมาย ใครกันที่ส้รางและคิดโครงการแก้มลิง ใครกันที่คิดและสอนพวกคุณให้รู้จักฝายชลอน้ำ ใครกันที่มอบชีวิตที่ดีขึ้นให้กับพวกคุณ
คุณมาว่าพ่อของเราทำไม ท่านทำอะไรเืพื่อคุณมากมาย แล้วทำไมยังไม่รักพ่อ
 
 
นี่คือรักหรอคะ แกนนำเสื้อแดงว่าพ่อบนเวที พวกคุณก็ชูมือ ถือตีนตบโบกไปมายังกับว่าเค้าพูดว่าเรารักพ่อ ซึ่งที่จริงมันไม่ใช่เลย หยุดเถอะนะคะ คุณเผาบ้านเมืองคุณได้รับอะไรคะ ทำไปแล้วได้อะไร สร้างความทุกข์ให้ผู้อื่น แล้วทำไมถึงทำ ทำไปทำไม ให้ตายเถอะุถ้ารักพ่อ ขอร้องเถอะนะ หยุดหน้ามืดตามัวกับนักโทษหนีคุกเลยนะคะ คุณจะไมไ่ด้อะไรจากเขาเลย ประเทศก็รังแต่จะแย่ลง สิ่งที่คุณเสื้อแดงจะได้จากเค้าก็เป็นเพียงเศษเงินของเขาเท่านั้น คุณยังมีศักดิ์ศรีกันอยู่รึเปล่าคะ ถือว่านี่เป็นเสียงของเด็กที่เป็นอนาคตของชาติ หยุดทำลายประเทศของเราได้แล้ว คุณเผาบ้านเมือง ทำไปแล้วได้อะไร คุณทำให้ผู้อื่นไม่มีแม้แต่ที่ทำกินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แน่สิมันไม่ใช่ครอบครัวคุณนี่ แต่เห็นใจคนอื่นบ้างไหมคะ เราชอบที่คุณอ๊อฟพูด และเชื่อว่าคุณไทย ประชาชนที่แท้จริงอย่างพวกเรา ที่ไม่ได้เป็นทั้งเสื้อแดงและเสื้อเหลือง ก็คิดแบบเรา หยุดทำลายประเทศของเรา ประเทศที่คนทุกคนรักพ่อ คุณลืมแล้วหรือว่าพ่อ...คือผู้ให้ ท่านให้การศึกษาแก่เด็กชนบท ท่านให้ความเจริญรุ่งเรืองกับพวกคุณมากแค่ไหน คุณยังจำคำนั้นได้ไหม คำพูดคำหนึ่งที่พูดไว้เมื่อครั้งพระองค์จะเสด็จประพาสต่างประเทศคนคนนั้นพูดว่า ในหลวงอย่าทิ้งประชาชน แล้วยังจำได้ไหมที่พ่อบอกไว้ว่า(ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนได้อย่างไร จำกันได้รึเปล่าคะ...?)
 






 

 

 

ในเดือนมหามงคล บนถนนสายประวัติศาสตร์ ราชดำเนิน ยังคงอบอวลไปด้วยมหาประชาชน ที่ต่างเดินทางไปร่วมชื่นชมพระบารมี ร่วมใจกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี เปล่งเสียงเพลงสดุดี จุดเทียนชัยถวายพระพรแด่ “ในหลวง” ของปวงชน...


ข้าพเจ้าก็เป็นหนึ่งในประชาชนที่ได้ไปร่วม สัมผัสความสุขของคนไทย ภายใต้แสงแห่งพระบารมี พลางรู้สึกว่า โชคดีในชีวิตที่ได้มาเป็นคนกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกประวัติศาสตร์แห่งรัชสมัย เฉลิมพระชนมพรรษา ๘๒ พรรษา

 

หากเมื่อย้อนกลับไปดูภาพบันทึกประวัติศาสตร์ ผ่านหนังสือ “เสด็จฯ เยี่ยมราษฎร” เหล่ามหาประชาชนในภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศไทย ต่างก็เคยเดินทางมาเฝ้ารอชมพระบารมี “นายหลวง-ราชินี” ในคราเสด็จฯ เยี่ยมราษฎร เป็นครั้งแรกแห่งรัชสมัย มาแล้วเช่นกัน...


 

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติตามโบราณขัตติยราชประเพณี ณ วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ ภายหลังที่ทรงรับพระบรมราชาภิเษกแล้ว ได้เสด็จไปทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์อีกระยะหนึ่ง ครั้นเมื่อได้เสด็จนิวัติมาประทับในพระราชอาณาจักรเป็นการถาวรแล้ว จึงได้กำหนดการ “เสด็จฯ เยี่ยมราษฎร” ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วราชอาณาจักรขึ้น

โดยเริ่มเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ ๒ ถึง ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นปฐม แล้วเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆทางภาคเหนือ ระหว่างวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ถึง ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ และเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆทางภาคใต้ ระหว่างวันที่ ๖ ถึง ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ ต่อมาโดยลำดับ (จังหวัดต่างๆในภาคกลาง จะรวมอยู่ในเส้นทางเสด็จฯไปตามภูมิภาคต่างๆ)


  

  คำสั่ง โหวต  
4 คะแนน โดย Yada4835    เมื่อ 5 เดือนที่แล้ว
 แพ้ชนะก็เลือดไทยละเลง เราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง ღღღ

 

เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ 

ให้อาณาประชาชนทุกชาติชั้นวรรณะ ซึ่งอยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารอันร่มเย็น ระลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้ สำนักพระราชวังจึงได้ค้นหาภาพแห่งการเสด็จฯ เยี่ยมราษฎร เป็นครั้งแรกในรัชสมัย มาตีพิมพ์เป็นสมุดภาพเล่มนี้ขึ้น เพื่อนำขึ้นน้อมเกล้าฯถวาย สำหรับพระราชทานเป็นที่ระลึก เนื่องในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๒

 

 

ภาพที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ บรรดาผู้มีอายุต่ำกว่า ๔๐-๕๐ ปีลงมาย่อมไม่เคยเห็น เป็นภาพบันทึกประวัติศาสตร์ ของชาติไทยที่ทรงคุณค่า และหาชมได้ยากยิ่ง เพราะเป็นภาพจากฟิล์มภาพยนตร์ส่วนพระองค์ ซึ่งสำนักพระราชวัง ได้ถ่ายทอดเป็นภาพนิ่งนำมาตีพิมพ์รวมเล่มขึ้น ในวาระครบ ๓๐ ปี เสด็จฯ เยี่ยมราษฎร ครั้งแรกแห่งรัชสมัย