นี่หรือที่ว่ารักพ่อ?
posted on 21 May 2010 13:32 by pardai



ตอนที่๓ เจ้าหญิงแห่งพีคีรอส
เกวียนเทียมด้วยอาชาสีขาวสะอาดสองตัวยังคงแล่นไปตามทางซึ่งปกคลุมด้วยหิมะที่ดูสะอาดตา แต่ถึงแม้ว่าจะมีหิมะปกคลุมจนขาวโพลน แทนที่จะมีสายลมหนาวมาพร้อมกับหิมะแต่กลับมีสายลมที่อบอุ่นโอบล้อมกายแทน
เมืองอัลลิดาลแห่งเวลู เป็นเมืองที่มีพรายอาศัยอยู่เยอะที่สุดในดินแดนเวลู เพราะหากเป็นเมืองอื่นในประเทศนี้ จะมีมนุษย์อาศัยอยู่ปะปนกับพรายด้วยแต่ดินแดนอัลลิดาลนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งพราย ซึ่งพรายมี 5 ประเภท คือ
พรายน้ำมักจะมีผมสีฟ้าเข้มจนไปถึงฟ้าอ่อนนัยน์ตาสีเงิน ส่วนมากพรายน้ำมักจะเป็นผู้หญิง ว่ากันว่าน้ำตาของพรายน้ำสามารถทำให้น้ำที่สกปรกกลับมาอุดมสมบูรณ์เช่นเดิมได้ แต่พรายน้ำปัจจุบันสายเลือดไม่เข้มข้นนักจึงทำให้ไม่สามารถใช้ความสามารถนั้นได้อีก
พรายไม้มีผมสีน้ำตาลไปจนถึงเกือบดำแต่ส่วนมากจะเป็นสีน้ำตาลไม้ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายว่ากันว่าเมื่อใดที่เลือดของพรายไม้ที่เข้มข้นหยดลงบนผืนแผ่นดินจะสามารถทำให้แผ่นดินกลับมาอุดมสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันก็หาได้ยากมากแต่ก็ยังพอมีหลงเหลืออยู่
พรายลมส่วนใหญ่มีผมสีเขียวอ่อนและนัยน์ตาสีเขียวเข้ม ส่วนเพศชายหรือหญิงก็มีประมาณพอๆกันพรายลมมักจะเป็นคนอารมณ์ดีทำให้เกิดสายลมอบอุ่นติดตามตัวแต่ถ้าหากกรุ่นโกรธใครแล้ว จะเกิดลมหนาวยะเยือกจนทำให้คนตายได้ จึงไม่ควรลองดีกับพรายลม และมีข่าวว่าคนที่เคยลองดีกับพรายลมตายเป็นศพราวสิบคนแล้วว่ากันว่าเมื่อพวกเขาไปที่ใดจะมีสายลมตามไปด้วยและจะอบอุ่นหรือหนาวเหน็บก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเจ้าตัว
พรายหิมะมีนัยน์ตาสีน้ำเงินและผมสีเงินไปจนถึงขาวหรือเทาส่วนเพศนั้นก็มีประมาณพอๆกันว่ากันว่า เมื่อพรายหิมะไปที่ใดจะมีหิมะขาวสะอาดตกโปรยปรายไปด้วยทุกที่จึงทำให้ดินแดนเวลูเป็นเมืองหนาวทั้งๆที่มีสายลมอบอุ่น
และเห็นว่ากษัตริย์ของที่นี่มีเชื้อสายของพรายเทพพรายเทพมักจะมีผมสีทองและนัยน์ตาสีทอง นั่นคือสิ่งที่อาร่ารับรู้ได้จากการอ่านหนังสือ เธอเฉนัยน์ตาจากที่มองออกไปนอกหน้าต่างกลับมามองคนตรงหน้าเธอทำหน้าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่คนตรงหน้าจะหันกลับมาแล้วถาม
“อาร่า เธอมองฉันทำไม มีอะไรรึเปล่า” เจ้าชายแห่งเวลูกล่าว หลังจากที่เขามองหญิงสาวตรงหน้าจ้องเขามานานพอควร
“หืม ก็แค่สงสัย ว่าทำไมนายถึงไม่มีตาสีทองล่ะเวรอส”ตอนนี้เอวาร่ากับเวรอสสนิทกันมากพอจะใช้คำว่า ‘นาย’กับ‘เธอ’ได้แล้ว
“ฉันเป็นลูกครึ่ง แม่เป็นพรายน้ำน่ะ”
“อ้อ อืม” หลังจากที่อาร่าได้คำตอบของคำถามที่เธอสงสัย เธอก็หันกลับไปมองคนข้างตัวก่อนจะพูดทำลายบรรยากาศอึมครึมตรงหน้า
“พี่ เดี๋ยวนิราทะลุหมดหรอก” อาร่ากล่าวหลังจากที่พูดกับเวรอสจบ เธอก็จ้องพี่ชายของเธอมานานแล้วแทนที่จะได้รับคำตอบ แต่สิ่งที่ได้กลับมาจากเอเรนเป็นเพียงสายตาปรามๆเท่านั้น
“เจ้าหญิง...” นิราพึมพำเสียงแผ่วอย่างที่เธอคิดว่าใครก็ไม่ได้ยิน แต่...
“อะไรนิรา เธอเรียกฉันทำไม” อาร่ากล่าวอย่างสนุกสนาน เพราะรู้สึกว่าได้แกล้งคน
“ปะ เปล่าเพคะ” นิราตอบเสียงตะกุกตะกัก ใครจะไปรู้ล่ะว่าเจ้าหญิงนี่จะหูดีเสียยิ่งกว่าหมา
อาร่าไม่กล่าวอะไรอีก แล้วหันกลับไปมองนอกหน้าต่างตามเดิมก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่มีสีเงินเรืองรอง จนทำให้เธอต้องสั่งให้หยุดเกวียนก่อนจะลงจากเกวียนไปดูสิ่งนั้น
สิ่งที่อาร่าเห็นทำเอาเธอตะลึงไปชั่วครู่ คนตรงหน้าเธอยังคงสลบไสลไม่ได้สติ ผู้หญิงผมสีเงินเรืองรองแซมเทานิดๆ นัยน์ตาสีดำถูกปกปิดด้วยเปลือกตาบาง นวลแก้มอมชมพู ผิวขาวจัดราวกับเป็นพรายหิมะ
“เธอๆ เป็นอะไรรึเปล่า เธอ” เมื่ออาร่าเห็นหญิงสาวตรงหน้ายังคงไม่ได้สติจึงตะโกนเรียกเอเรน
“พี่คะ พี่ มานี่หน่อย” เสียงเธอดังก้องและสะท้อนกลับมาสองถึงสามครั้งทำให้เวรอสและเอเรนที่อยู่บนเกวียนกระโดนลงมาจากเกวียนอย่างตกใจ ก่อนจะรีบวิ่งตรงมายังเธอ
“อาร่า น้องจะตะโกนทำไม พี่นึกว่าเป็นอะไรไปซะอีก” เมื่อเอเรนวิ่งมาถึงพร้อมกับหอบน้อยๆก็ว่าอาร่าเสียยกใหญ่
“พี่คะ ดูผู้หญิงคนนี้สิ เธอเป็นอะไรไม่รู้ ฉันว่าน่าจะสลบล่ะมั้งพี่” อาร่าพูดจบนัยน์ตาของเอเรนก็เปลี่ยนไปเมื่อมองหญิงสาวตรงหน้า คล้ายพรายหิมะ แต่ไม่ใช่ นั่นเป็นเสียงร้องในใจของเอเรน ก่อนที่เอเรนจะเบือนหน้าไปมองเวรอสซึ่งทำหน้าตกใจเล็กๆ แต่บนใบหน้ากลับระบายด้วยรอยยิ้มหยัน
“พาเธอไปบนเกวียนก่อน” หลังจากเอเรนพูดจบก็กึ่งอุ้มกึ่งแบกหญิงสาวคนนั้นไปบนเกวียน
ร่างของหญิงสาวคนนั้นถูกวางลงบนที่นอนนุ่มของเอวาร่าอย่างเบามือ ก่อน อาร่า เอเรน และนิราจะมองผู้หญิงคนนี้อย่างแปลกๆ ยกเว้นแต่เวรอสที่ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มหยันฉายชัด ก่อนเอเรนจะเป็นคนเริ่มเปิดประเด็น
“พี่ว่าให้เขานอนพักไปก่อนเถอะ” เอเรนออกความคิดเห็นอย่างที่อาร่ายังคงส่ายหน้าไปมา
“ให้ฉันรักษาเขาก่อนดีไหมพี่”
“อย่าอาร่า เราไม่รู้แน่ชัดว่าเขาเป็นอะไร ถ้าน้องรักษาผิดผลกระทบจะส่งกลับสู่ตัวน้องเอง”
“แต่ว่า…” อาร่ายังไม่ทันพูดจบเอเรนก็ขัดขึ้น
“ไม่มีแต่อาร่า” ดูใบหน้าของพี่ชายเธอจะเคร่งเครียดแปลกๆเธอจึงเลือกที่จะไม่เถียงอีกต่อไป
หลังจากจบเรื่องของผู้หญิงตรงหน้าแล้ว เอเรนก็เปิดประเด็นใหม่ทันที
“เจ้าชายเวรอส”
“กระหม่อม” เสียงเรียกนั้น ทำให้รอยยิ้มหยันที่ปรากฏบนใบหน้าของเวรอสยามที่มองผู้หญิงคนนั้นหายไปในพริบตา
“เราจะเข้าเฝ้าองค์ราชินีเซซินฟาร์ได้เร็วที่สุดวันไหน”
“กระหม่อมว่า เห็นจะเป็นวันพรุ่งนี้ช่วงบ่ายกระหม่อม” เวรอสพูดเสียงเรียบคำตอบที่ดูจะแสนธรรมดาแต่กลับทำให้นัยน์ตาของทุกคนในเกวียนเบิกโตขึ้นได้
“พรุ่งนี้...” เอเรนอาร่าและนิราน่าต่างพากันพูดอย่างเดียวกันหมด
“เร็วกว่านั้นไม่ได้รึ” เอเรนถามต่ออย่างอยากจะต่อรอง
“คงไม่ได้กระหม่อม เพราะพระองค์คงทรงทราบอยู่แล้วว่าองค์ราชินีเซซินฟาร์เป็นราชินีที่มีความซื่อสัตย์และเที่ยงธรรมมาก”
“ข้ารู้แต่ว่า... เราอาจจะมีเวลาคุยกับองค์ราชินีน้อยลง ธุระของเราไม่ใช่น้อยๆนะ”
“กระหม่อมทราบดี แต่ช่วงนี้เวลูมีงานเทศกาล องค์ราชินีเซซินฟาร์คงจะงานยุ่งเป็นพิเศษ”
“ถ้างั้นแล้วทางพีคีรอสจะส่งตัวแทนเป็นใครมา” อีกคำถามถูกส่งมาจากเอวาร่า
“ผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงเธอไงล่ะ เจ้าหญิงของเมืองเขาน่ะ” เมื่อเวรอสตอบคำถามเสร็จสรรพก็ตามมาด้วยเสียงอุทานของเอเรนอาร่า และนิราน่า
“ไม่น่า...” อาร่าพึมพำเบาๆแต่ใบหน้ากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้หรอกนะว่าคิงของพีคีรอสและเวลูไม่ค่อยจะถูกขี้หน้ากันเจอกันที่ไรเป็นได้มีเรื่อง ท่านพ่อมักจะเล่าเรื่องนี้ให้เธอฟังก่อนนอนตอนเด็กๆ เสียจนเธอชินชาที่จะได้ยินเรื่องนี้อีกเป็นรอบที่หนึ่งพัน นิทานที่แปลกประหลาดที่สุด เริ่มต้นด้วยท่านพ่อและคิงของทั้งสองเมืองรู้จักและเป็นเพื่อนรักกันมาโดยตลอด จนวันหนึ่งวันขึ้นครองราชย์ของคิงแห่งพีคีรอส สหายทั้งสองคือพ่อของเธอและคิงแห่งเวลูได้ไปที่งานด้วย เข้าไปในงานคิงแห่งพีคีรอสได้ฝากเข็มกลัดขององค์ราชินีไว้กับคิงแห่งเวลูโดยมีท่านพ่อเป็นพยานรู้เห็น หลังจากจบงานเลี้ยงคิงแห่งพีคีรอสก็กลับมาแต่ก็ไม่เจอเข็มกลัดแล้ว พระองค์จึงกล่าวหาว่าคิงแห่งเวลูเป็นคนขโมยไป ทำให้คิงเวลูและคิงแห่งพีคีรอสทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ใครจะรู้เล่าว่าวันนั้น ท่านพ่อแอบขโมยเข็มกลัดนั่น ตอนคิงแห่งเวลูเผลอแล้วก็แอบซ่อนไว้ ก่อนจะเอาไปวางไว้กลางงานเลี้ยงที่องค์ราชินีแห่งพีคีรอสก็อยู่ด้วย จึงทำให้เรื่องนั้นจบไปง่ายๆ มีเพียงคิงแห่งเวลูและพีคีรอสเท่านั้นที่ยังไม่หายสงสัยกันอีก มันเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลที่สุดเท่าที่อาร่าเคยได้ยินมา มันทำให้เธอขำได้ตลอดเวลา
สายตาทั้งสามคู่หันกลับไปมองอาร่าที่ขำอย่างเอาเป็นเอาตายอย่างแปลกใจระคนสงสัย
“ขำอะไรนักอาร่า” เอเรนกล่าว เมื่ออาร่าหันกลับไปมองหน้าเอเรนก็ขำอีก ก็พี่ชายของเธอไม่เคยฟังเรื่องเล่าของท่านพ่อไงล่ะ
“ขำนิทานก่อนนอนตอนเด็กๆ” อาร่าตอบสั้นๆแต่ได้ใจความ แต่คำตอบนั่นกลับทำให้คิ้วของเอเรนกลับมุ่ยเข้าไปอีก
“เล่ามาสิ ขำอะไรนัก”
“ก็แค่...ท่านพ่อมักจะเล่าเรื่องนี้ให้อาร่าฟังก่อนนอนตอนเด็กๆ นิทานที่แปลกประหลาดที่สุด เริ่มต้นด้วยท่านพ่อและคิงของทั้งสองเมืองรู้จักและเป็นเพื่อนรักกันมาโดยตลอด จนวันหนึ่งวันขึ้นครองราชย์ของคิงแห่งพีคีรอส สหายทั้งสองคือท่านพ่อและคิงแห่งเวลูได้ไปที่งานด้วย ก่อนเข้าไปในงานคิงแห่งพีคีรอสได้ฝากเข็มกลัดขององค์ราชินีไว้กับคิงแห่งเวลูโดยมีท่านพ่อเป็นพยานรู้เห็น หลังจากจบงานเลี้ยงคิงแห่งพีคีรอสก็กลับมาแต่ก็ไม่เจอเข็มกลัดแล้ว พระองค์จึงกล่าวหาว่าคิงแห่งเวลูเป็นคนขโมยไป ทำให้คิงเวลูและคิงแห่งพีคีรอสทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ใครจะรู้เล่าว่าวันนั้น ท่านพ่อแอบขโมยเข็มกลัดนั่น ตอนคิงแห่งเวลูเผลอแล้วก็แอบซ่อนไว้ ก่อนจะเอาไปวางไว้กลางงานเลี้ยงที่องค์ราชินีแห่งพีคีรอสก็อยู่ด้วย จึงทำให้เรื่องนั้นจบไปง่ายๆ มีเพียงคิงแห่งเวลูและพีคีรอสเท่านั้นที่ยังไม่หายสงสัยกันอีกพอเล่าถึงตรงนี้ท่านพ่อก็จะชอบแสดงท่าทีตามไปด้วยทำให้อาร่าขำน่ะค่ะพี่”
ทุกคนในเกวียนทำสีหน้าปลงตก แต่ดูเหมือนว่าเอเรนจะทำหน้าเหนื่อยใจสุดๆเพราะน้องสาวตัวดีของเขาได้เชื้อพ่อมาเต็มๆน่ะสิ
“นี่ก็เย็นมากแล้ว แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ” เอเรนตัดเรื่องน่าเหนื่อยใจนั่นออกจาสมองก่อนจะเดินไปยังเตียงของเขา
“ฝันดีน้องๆ” เอเรนพูดจบก็หลับไปเลยทำเอาอาร่าเบ้ปาก
“พี่ไม่คิดจะอาบน้ำหรอ” หลังอาร่าพูดจบเอเรนก็ลุกขึ้นมานั่งพลางมองน้องสาวก่อนจะพูดว่า
“เออ ลืม” ‘นั่นคือคิงแห่งเซฮิฟุหรือ ใครก็ได้ช่วยบอกฉันทีเถอะ’ พอคิดได้เช่นนั้นก็หน้ามุ่ยและเดินเข้าห้องน้ำตัดหน้าพี่ชายไป ทำเอาเอเรนยืนค้างอยู่หน้าประตู
ตอนที่2 เจ้าชายแห่งเสียงเพลง?
“นิราน่า เจ้าชายแห่งเวลูมารึยัง” เธอถามนางกำนัลคนสนิทที่มักจะตามเธอไปทุกที่
“มาแล้วเพคะ อีกประมาณ5นาที เจ้าชายจะถึงห้องเสวยแล้วเพคะ” นางกำนัลของเธอคนนี้มีพลังพิเศษอยู่อย่างหนึ่ง คือสามารถมองเห็นอะไรก็ได้ตามใจอยากจะเห็น เธอจึงเลือกที่จะถามนิรามากที่สุด
“ขอบใจจ๊ะ นิราช่วยไปบอกท่านพี่ทีนะ ว่าข้าจะตามไปที่หลัง ให้ท่านพี่ต้อนรับเจ้าชายไปก่อน”
“เพคะ องค์หญิง”นิราตอบพร้อมกับเดินตรงไปยังห้องเสวย
ณ ห้องเสวย...
“นิรา เจ้ามีอะไรรึเปล่า เหตุใดถึงเข้ามาในนี้” เอเรนพูด
“เจ้าหญิงเอวาร่าฝากให้หม่อมฉันมาบอกพระองค์ว่า เจ้าหญิงจะมาทีหลัง ให้พระองค์ต้อนรับเจ้าชายแห่งเวลูไปก่อนเพคะ”เธอทำหน้าที่เสร็จแล้วกำลังจะเดินออกไปจากห้องแต่...
“นิรา ข้า” ราวกับเอเรนกลืนคำพูดบางอย่างไปก่อนจะพูดอีกคำพูดหนึ่งที่เขาไม่ต้องการให้มันออกมาจากปากของเขา
“เพคะ”นิราตอบรับคำเรียกอย่างแปลกใจที่เอเรนเรียกเธอ
“เจ้าออกไปได้ แล้วบอกอาร่าให้ข้าด้วยว่าข้าต้องการให้นางมาให้เร็วที่สุด…” เอเรนต้องพูดในสิ่งที่เขาไม่อยากพูดแต่ตอนนี้เขาเลือกไม่ได้แล้ว ในเมื่อเขาเป็นกษัตริย์แล้วความรู้สึกนี้ คงจะไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ดีแต่จะแย่ลง เขาสูดหายใจลึกก่อนจะพูดมันออกมา
“เจ้าไม่ควรเข้ามาในนี้ ที่นี่ไม่ใช่ที่ๆนางกำนัลควรจะเข้ามา ออกไปได้แล้ว”
ในใจเขานึกว่าตัวเองบ้ามากที่พูดแบบนี้ แต่ก็เลือกไม่ได้นี่นะ
“เพคะ ฝ่าบาท...” เธอได้แต่ก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าแม้แต่สบตา แม้ก่อนที่เจ้าชายเอเรนจะได้ขึ้นครองราชย์ เธอเคยคิดว่าตัวเองรักเขา แต่ยังไงในตอนนี้ เธอก็คงไม่อาจเอื้อม
“เดี๋ยว นิรา ข้า ขอโทษ...”แม้ประโยคหลังของเขาจะแผ่วเบาก็ตามที แต่ก็ไม่ใช่เบาจนขนาดหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้ยิน นางยิ้มให้เขาอ่อนๆก่อนจะเดินออกไปจากห้องโดยไม่พูดอะไรอีก
“นิรา...”เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับถอนหายใจ เขากลัดกลุ้ม เขายอมรับ แต่จะให้ทำอย่างไรเล่าเมื่อความรักมันเป็นไปไม่ได้ บัลลังค์นี่คือสิ่งที่กั้นระหว่างเขากับเธอ กษัตริย์กับนางกำนัลในตำหนัก กษัตริย์กับสามัญชน ไม่มีทางที่จะรักกันได้ เขาควรจะตัดใจได้สักที แต่นี่แหละ คือมนุษย์ เมื่อรักแล้วยากที่จะตัดขาด เมื่อทุ่มเทแล้วยากที่จะเก็บคืน แม้จะมีหลายๆอย่างมาขวางกั้นความรัก แต่มีสิ่งหนึ่งที่สิ่งเหล่านี้บังคับไม่ได้ นั่นคือหัวใจที่รักใครสักคนไม่ว่าใครจะห้ามหรือ เอาอะไรมาขวางกั้น ก็ไม่อาจจะหยุดมันได้
ก๊อกๆ
“เชิญ” เสียงเคาะประตูนั่นทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์
“ท่านพี่ อาร่ามาแล้วค่ะ”
“มานั่งก่อนสิอาร่า เดี๋ยวเจ้าชายเอเรนจะถึงห้องเสวยแล้ว”
“ค่ะ พี่คะ อาร่าให้นิรามาบอกท่านพี่ ท่านพี่ได้คุยกับนิรารึเปล่าคะ”
“ได้คุยสิ แต่พี่ไล่เขาออกจากห้อง”
“ทำไมคะพี่ อาร่าเปิดทางให้แล้วนะคะ ทำไมพี่ไม่พูดให้รู้เรื่องไป อย่าห้ามตัวเองสิคะ”
“พี่รู้อาร่า แต่กษัตริย์กับนางกำนัลจะรักกันไม่ได้หรอกนะ พี่มีประเทศที่ต้องรับผิดชอบ มีประชาชนที่ต้องการความรักจากพี่เหมือนกัน”
“อาร่าคิดว่าคงไม่มีใครว่าท่านพี่หรอกนะคะ”เธอว่าพลางเลิกคิ้วสูง
ร่างสูงของชายคนหนึ่งค่อยๆเดินเข้ามาในห้องกว้าง นัยน์ตาสีเงินเรืองรองกวาดมองไปทั่วห้องราวกับกำลังสำรวจอะไรบางอย่างก่อนจะหยุดลงตรงโต๊ะเสวยกลางห้อง
“เข้ามาเลย เจ้าชายเวรอส” เสียงทุ้มนุ่มของกษัตริย์แห่งเซฮิฟุเอ่ยอย่างใจเย็น
“กระหม่อม”เจ้าชายกล่าวก่อนจะเดินเข้าไปแล้วนั่งลง
“เจ้าชาย นี่ขนิษฐาของข้า” เอเรนว่าก่อนจะผายมือไปยังหญิงสาวข้างๆ
“เอวาร่าเพคะ”เธอแนะนำตัวก่อนจะเงียบไปเมื่อรับรู้ว่านัยน์ตาสีเงินนั้นมองเธออย่างทึ่งๆ
“เจ้าชาย...”เอเรนเอ่ยเรียกสติอย่างคนหวงน้อง
“กระหม่อม”นัยน์ตาสีเงินของเวรอสละจากดวงหน้าของหญิงสาวก่อนจะหันกลับมามองกษัตริย์ตรงหน้าตามเดิม
“รีบเข้าเถิดเราจะได้เตรียมของแล้วออกเดินทางเสียที”